เคล็ดลับเด็ด! เพิ่มอกอึ๋มโดยไม่ศัลยกรรมของ ใบเตย อาร์สยาม

เคล็ดลับเด็ด! เพิ่มอกอึ๋มโดยไม่ศัลยกรรมของ ใบเตย อาร์สยาม

เคล็ดลับเด็ด! เพิ่มอกอึ๋มโดยไม่ศัลยกรรมของ ใบเตย อาร์สยาม

กลายเป็นกระแสให้คนได้เม้าท์แรงไม่จบไม่สิ้นเมื่อหน้าอกหน้าใจของสาว ใบเตย อาร์สยาม มันแน่นอกจนล้นบิกินี่ ขนาดเจ้าตัวออกมายืนยันแล้วว่า ไม่ได้ไปอัพไซส์ ใช้แค่วิธีดันทรงให้อกอึ๋มเท่านั้น ก็มีวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก เจอสาวใบเตยตัวจริงเสียงจริง ต้องรีบคว้าตัวมาถามเลยว่า เธอมีวิธีอะไรในการเพิ่มอกอึ๋มโดยไม่ต้องศัลยกรรม ทริคนั้นต้องทำอย่างไรถึงได้อกถึงฟูแน่นเปลี่ยนคัพได้ขนาดนี้ ตามมาดูเลย

“ก่อนอื่นเราต้องเลือกเสือผ้าให้เหมาะกับรูปร่าง ลองหาตัวเองให้เจอว่าเหมาะกับเสื้อแบบไหน ใส่สไตล์นี้แล้วดูมีหน้าอกใหญ่ เวลาเราจะไปไหนหรืองานอะไรก็ต้องเลือกใส่แบบนั้น อย่างการใส่เสื้อให้ดูหน้าอกใหญ่ของใบเตย คือ การใส่เกาอกแนบเนื้อ เวลาออกงานหรือไปไหนก็จะเลือกใส่แต่แบบนี้ ใส่แล้วจะมั่นใจ หน้าอกจะดูใหญ่กว่าใส่แบบอื่น ส่วนอีกอย่างคือ การเลือกเนื้อผ้ามีความสำคัญไม่น้อยไปกกว่ากัน ใบเตยจะชอบใส่ผ้ายืดรัดรูปให้เห็นทรวดทรง เค้าเรียกว่าเนื้อ นม ชัดเจนค่ะ”
อย่างใบเตย อาร์สยาม ยังต้องพึ่งฟองน้ำดันทรงบ้างมั๊ย?

“มีค่ะ ใบเตยจะใส่เสื้อในที่เสริมฟองน้ำหรือจะเป็นซิลิโคนบราที่ช่วยให้หน้าอกชิดชัดเจน บางทีก็เสริมหลายชั้นมาก อย่างเวลาออกงานจะเห็นว่าหน้าอกใหญ่ เพราะเราเสริมหลายชั้น ตัวช่วยเสริมอึ๋มมีขายทั่วไปตามห้างเลยค่ะ ใบเตยซื้อหมดแต่ว่าเราต้องมาเลือกใส่กับเฉพาะเสื้อผ้า”

เวลาออกงานมีวิธีการเลือกเสื้อชั้นในแบบไหนให้อกแน่นได้ใจ

อย่างเราไปงานใส่ชุดราตรีเปิดหลัง เราต้องเสื้อชุดชั้นในที่เป็นเส้นๆ ใสๆ ไม่ว่าจะเป็นสายกากบาทหรือสายขวางๆ หรือไม่ถ้าไม่อยากใส่เป็นสาย จะโชว์หลังไปเลยก็ต้องใส่ซิลิโคนแบบปีกนก วิธีที่จะช่วยให้ซิลิโคนติดแน่น ควรเช็ดบริเวณที่จะติดกาวให้สะอาด อย่าพึ่งทาครีม วิธีนี้จะช่วยให้ซิลิโคนติดนานขึ้นค่ะ

นุ่น วรนุช ในเรื่องพิษสวาท กับชุดไทยอลังการ ที่ราคาแรงมาก

นุ่น วรนุช ในเรื่องพิษสวาท กับชุดไทยอลังการ ที่ราคาแรงมาก

นุ่น วรนุช ในเรื่องพิษสวาท กับชุดไทยอลังการ ที่ราคาแรงมาก

เปิดฉากมาเพียงไม่กี่ตอน ทำเอาขนลุกซู่ซ่าตามทุกที สำหรับละครมาแรง “พิษสวาท” ช่องวัน 31 ที่ได้ซุปตาร์ตัวแม่ “นุ่น วรนุช” มาแสดงเป็นนางเอก ใส่ชุดไทยได้สวยประหนึ่งหลุดออกมาจากในวรรณคดี

เรื่อง “พิษสวาท” เป็นนวนิยาย บทประพันธ์ของทมยันตี แนวลึกลับสยองขวัญและดราม่า เป็นเรื่องราวของความรักข้ามภพ วิญญาณและอาถรรพณ์ ซึ่งสุดท้ายก็ลงเอยด้วยปรัชญาที่ว่า รักแท้..ต้องเสียสละ ได้นักแสดงมากความสามารถ “นุ่น วรนุช” มารับบท “อุบล/สโรชินี” ประกบกับ “ป้อง ณวัฒน์” ที่รับบท“พระอรรคราชบดินทร์ ในอดีต” และ “อัคนี ชัยวัฒน์บดินทร์ ในปัจจุบัน”

ความเข้มข้นของตัวละครคงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะนอกจากนักแสดงมือดีจะคับจอแล้ว เนื้อเรื่องยังน่าติดตามไม่ควรพลาดสายตาเลยสักตอนค่ะ

และสิ่งที่สะกดสายตาคนดู คงจะหนีไม่พ้น “ชุดไทย” ที่อยู่บนเรือนร่าง ของ “นุ่น วรนุช” ที่มีความสวยงาม เลอค่ามากๆ

ไม่แปลกใจเลยที่ใครก็ยกให้ “นุ่น วรนุช” เป็นผู้หญิงที่ใส่ชุดไทยแล้วสวยสะกดสายตา ด้วยความที่หน้าสวยหวานแบบไทย ของ “นุ่น” เมื่อมาอยู่ในชุดไทย มันคือความลงตัวที่สุด เธอสวยชนิดที่เหมือนหลุดออกมาจากในวรรณคดีไทย เธอสวยเหมือนภาพวาด เรียกว่าสวยจนบรรยายไม่ถูก

เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับมีความงดงามตามแบบฉบับชุดไทยโบราณของนางรำหลวง ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะวัฒนะธรรมไทย อย่าง “ครูไก่-ดร.สุรัตน์ จงดา”, “ครูบิ๊ก-พีรมณฑ์ ชมธวัช” และ“อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย” มาสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับในละครเรื่องนี้

ไฮไลท์อยู่ที่ 3 ชุดหลักสำคัญของเรื่องได้แก่ ชุดรำบวงสรวงในฉากเปิดตัวอุบล ซึ่งเป็นชุดห่มสไบสีแดงสด ผ้านุ่งเป็นผ้ายกทอแบบอยุธยาตอนปลายแท้ๆ นุ่งแบบโบราณเลย นางรำทาหน้าขาว ปากแดง ทางทีมงานศึกษาจากข้อมูลจริง

ต่อด้วยชุดระบำฉลองชัย ห่มสไบสีทองทรงเครื่องศิราอาภรณ์ประดับทับทิม เครื่องประดับศีรษะ พลอยสีแดงเลือด ทำจากโลหะทองแดง ซึ่งเป็นเครื่องประดับสำคัญ เป็นตัวดำเนินเรื่อง

และ ชุดแต่งงานไทยโบราณ ที่ดูสวยหวาน แบบสาวไทยมากๆ

แต่ละชุดเป็นงานละเอียด ปราณีต สวยงาม เป็นงานช่างฝีมือ ชาววัง ถอดแบบมาจากภาพจิตรกรรมโบราณ แว่วว่าแค่มูลค่าของชุดแต่ละชุด ไม่ต่ำกว่าหกหลักเลยทีเดียว

ปิ่น เก็จมณี แซ่บมากกับชุดบิกินี่ ปฎิวัติคุณแม่ลูก 3

ปิ่น เก็จมณี แซ่บมากกับชุดบิกินี่ ปฎิวัติคุณแม่ลูก 3

1_14696755344_1469675535

ปิ่น เก็จมณี แซ่บมากกับชุดบิกินี่ ปฎิวัติคุณแม่ลูก 3

ปิ่น เก็จมณี สุดแซ่บมากลัลลากับชุดบิกินี่ เรียกว่าปฏิวัติคุณแม่ลูก 3 

วันเวลาไม่สามารถทำร้ายคุณแม่ลูก 3 คนนี้ได้จริงๆ สำหรับ ปิ่น เก็จมณี ภรรยาสุดที่รักของ เจ เจตริน เมื่อก่อนหุ่นดีอย่างไรวันนี้อายุขึ้นเลข 4 กลางๆ แล้ว ยังสวยและเซ็กซี่เหมือน

ล่าสุด กับภาพครอบครัวหรรษาที่ไปพักผ่อนที่ เกาะราชา ภูเก็ต ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนจะผ่อนคลาย คุณแม่ปิ่น เก็จมณี ขอหยิบชุดบิกี่สุดแซ่บโชว์หุ่นเซี๊ยะท้าเกลียวคลื่น สายลม ขอบอกว่าเซ็กซี่สุดๆ ไปเลย เพราะคุณแม่ลูก 3 คนนี้มีทรวดทรงองค์เอวแบบที่สาวๆ ใฝ่ฝันเลยทีเดียว

หมดยุคแม่บ้านแต่งตัวบ้านๆ แสนเฉิ่มแล้ว มาดูแม่ปิ่สุดแซ่บกันดีกว่า 

ภาพจาก IG: kejmanee 

โพเอม (POEM) เปิดตัวคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016 ตอกย้ำความงามอันโก้หรู

โพเอม (POEM) เปิดตัวคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016 ตอกย้ำความงามอันโก้หรู

โพเอม (POEM) เปิดตัวคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016 ตอกย้ำความงามอันโก้หรู

แบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู ‘โพเอม’ (POEM) เผยคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016 ภายใต้ชื่อ ‘เอ ดีเคด ออฟ แกลมเมอร์’ (A Decade of Glamour) ตอกย้ำความงานอันโก้หรูตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ได้อย่างสวยงามสำหรับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรูคัตติ้งเนี้ยบที่ได้สร้างปรากฏการณ์ความงามอันโก้หรู โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยการตีความที่ร่วมสมัยแต่ยังสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันอย่างแบรนด์ ‘โพเอม’ (POEM) โดยล่าสุด ‘ฌอน ชวนล ไคสิริ’ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ประจำแบรนด์ ผู้มีความพิถีพิถันในทุกอณูของการดีไซน์ ได้จัดงานพรีวิวคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016 ภายใต้ชื่อ ‘เอ ดีเคด ออฟ แกลมเมอร์’ (A Decade of Glamour) ที่ได้แรงบันดาลใจจากการทำงานในวงการแฟชั่นตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ให้เหล่าแฟนคลับแบรนด์ได้ร่วมชมกันอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่บริเวณร้าน 1823 Tea Lounge by Ronnefeldt ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษร พลาซ่า เมื่อวันก่อน

‘โพเอม’ (POEM) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีที่ตีโจทย์การตัดเย็บเสื้อผ้าแบบบูติคผสานกับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน โดยมีแนวคิดหลักในการผสมผสานมุมมองในเรื่องโครงสร้าง, รูปทรง, เส้นสายแบบสถาปัตยกรรมจากการสังเกตสรีระของผู้หญิง ด้วยการออกแบบโครงเสื้อสไตล์เลดี้ไลค์ (ladylike) ที่โอบกอดสรีระของหญิงสาวด้วยเส้นสายงานดีไซน์อันเฉียบคมผ่านเทคนิคการฝังคอร์เซ็ทลงในชุดโดยการเลือกใช้วัสดุที่มีโครงสร้างในตัวมาช่วยสร้างรูปทรงนาฬิกาทรายเผยส่วนโค้งเว้าบนเรือนร่างของผู้หญิงได้อย่างชัดเจน และยังใช้เทคนิคการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงแบบเดรสเมคกิ้งจากประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

สำหรับคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016 ได้รับแรงบันดาลใจหลักจากหญิงสาวผู้โด่งดังในทศวรรษที่ 1950 ‘ดิต้า วอน ทีส’ (Dita Von Teese) ศิลปินนักเต้นรำเปลือยอก, นางแบบ, ดีไซเนอร์ และนักเขียนที่มีแนวคิดอันชาญฉลาดซึ่งมีเอกลักษณ์การแต่งกายด้วยซิลลูเอทที่ขับเน้นสัดส่วนอันโค้งเว้าทั้งยังแฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่น่าค้นหา ผนวกกับกลิ่นอายความร้อนแรงจากภาพวาดยุคโรแมนติกในปี 1888 ‘เดอะ โรสเซส ออฟ เฮลิโอกาบาลัส’ ของจิตกรชื่อดังชาวอังกฤษ ‘เซอร์ ลอว์เรนซ์ อัลมา-ทาเดมา’ (Sir Lawrence Alma-Tadema) ที่นำเสนอเรื่องราวของจักรพรรดิโรมัน ‘เฮลิโอกาบาลัส’ ผู้สั่งให้โปรยกลีบกุหลาบลงมาถมกายของแขกเหรื่อในงานเลี้ยงจนสิ้นชีวิตเพียงเพื่อสนองความสำราญของตน ความสวยงามของกลีบกุหลาบและโทนสีในภาพวาดดังกล่าวได้ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นลายพิมพ์สุดหรูของคอลเลกชั่นนี้ได้อย่างลงตัว

‘ฌอน-ชวนล ไคสิริ’ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ กล่าวถึงแนวคิดหลักของงานดีไซน์คอลเลกชั่นนี้ ‘ดิต้าเป็นหญิงสาวที่ยอมรับในความแตกต่างของตัวเองและนำเอาความแตกต่างนั้นมาเป็นจุดเด่นเฉพาะตัว ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ ซึ่งสิ่งนี้คือดีเอ็นเอของโพเอมที่เรานำเสนอมาโดยตลอด ผนวกกับคอลเลกชั่นนี้อยากเผยมุมเซ็กซี่ให้กับผู้หญิงของโพเอม ภาพเขียนเดอะ โรสเซส ออฟ เฮลิโอกาบาลัส จึงถูกนำมาดีไซน์เป็นลายพิมพ์ซิกเนเจอร์ด้วยกลีบกุหลาบสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงเซ็กซี่และความรักอันเร่าร้อน’

จุดเด่นของคอลเลกชั่นนี้อยู่ที่ซับในผ้าตาข่ายพิเศษ (Power Mesh) ที่ช่วยเก็บกระชับรูปทรงให้เข้าที่ รวมถึงลายพิมพ์บนผ้าทูทู 16 ชั้นไล่มิติของเฉดสีอันอ่อนหวานผ่านลวดลายของกลีบกุหลาบสุดโรแมนติก และลายพิมพ์กราฟฟิกเส้นโค้งสไตล์อาร์ตนูโว (Art Nouveau) ที่ช่วยสร้างฟอร์มโค้งเว้าขับเน้นเรือนร่างที่สื่อถึงความเย้ายวนอันมีระดับ เพิ่มความพิเศษด้วยสไตล์เบอร์เลสกับลายพิมพ์กราฟฟิกเหลี่ยมมุมประกายของเพชร สื่อถึงความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว โดยใช้การตัดเย็บสุดประณีตให้เกิดรอบตะเข็บน้อยที่สุดเพื่อให้ลายพิมพ์เชื่อมต่อกันดุจผ้าผืนเดียว

นอกจากนี้ยังเพิ่มงานดีไซน์แปลกใหม่อย่างกางเกงทรงซิกาแร็ตและเสื้อท่อนบนด้วยแพทเทิร์นดีคอนสตรัคชั่นผูกโบว์องค์ประกอบเด่นที่ให้ความโก้หรูทว่าดูคล่องแคล่วแบบหญิงสาวสมัยใหม่ ขาดไม่ได้กับชิ้นเด่นที่เป็นเอกลักษณ์อย่างกระโปรงเอไลน์ทรงสุ่มและเดรสทรงสอบเข้ารูป ด้วยการเลือกใช้เนื้อผ้าที่สะท้อนถึงความหรูหราอย่างผ้ากำมะหยี่เนื้อนุ่มเงา, ผ้าทูทูที่ช่วยสร้างเค้าโครงโปร่งสบาย เพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้ผ้าที่สร้างมูฟเม้นท์อย่างผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ยืดหยุ่นได้ดี รวมถึงผ้าซิลค์ซาตินเนื้อมันวาวที่ตัดเย็บโครงด้านล่างให้ชายกระโปรงพลิ้วไหวยามก้าวเดิน เผยความโก้หรูด้วยโทนสีเบสิคอย่างสีขาวและสีเบจ อีกทั้งยังเพิ่มความน่าค้นหาด้วยการไล่ระดับของโทนสี เช่น สีชมพูเข้ม, สีแดงสด, สีเขียวมะกอก และสีดำ

พิเศษกับคอลเลกชั่นครบรอบ 10 ปีด้วยรองเท้าสุดหรูส้นสูง, ส้นเสริมแพลตฟอร์ม และส้นรองเท้าทรงอาร์ตนูโว ด้วยการใช้วัสดุหนังแก้วย้อมสีนู้ดเพื่อให้เหมือนกับสีผิวของผู้หญิงเอเชีย และยังมีสีดำกับสีแดงที่ใช้ผ้าเครปซาตินเพิ่มความมันวาวขับผิวให้ดูสว่างเพิ่มความมั่นใจเมื่อสวมใส่ รวมถึงกระเป๋าครัทช์ผ้ากำมะหยี่ประดับพู่ที่สวยพอจะจับคู่กับชุดหรูได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ในเดือนกันยายน ‘ฌอน-ชวนล ไคสิริ’ ยังได้จัดแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่ เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ ‘โพเอม’ (POEM) ‘ในวันที่ 21 กันยายนที่จะถึงนี้ เราจะจัดงาน Poem 10 year anniversary เป็นแฟชั่นโชว์ครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ ที่จะรวบรวมความพิเศษของแต่ละคอลเลกชั่นนำมาเป็นลูกเล่นในการทำโชว์ อยากให้ทุกคนได้เห็นเสื้อผ้าที่เกิดจากแรงบันดาลใจในตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา’ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ประจำแบรนด์กล่าวถึงความพิเศษของแฟชั่นโชว์ครั้งนี้

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงดงามทางแฟชั่นครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์ ‘โพเอม’ (POEM) ในงานแฟชั่นโชว์ครบรอบ 10 ปีได้ในวันพุธที่ 21 กันยายนนี้ ที่บริเวณรอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และพบกับคอลเลกชั่นออทั่ม/ วินเทอร์ 2016 ของแบรนด์ได้แล้ววันนี้ที่ ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, ชั้น M ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21, ชั้น G เอททองหล่อ, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร พลาซ่า, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และชั้น 2 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

เซอร์ไพรส์! เมื่อ The Woods คือภาคต่อ Blair Witch ป่าแม่มดสุดสะพรึง

ออกจะเป็นข่าว 90 รำลึกสักเล็กน้อย เพราะเราเชื่อว่าคอหนังสยองขวัญยุค 90 คงไม่มีไม่รูจักหนังแนวกล้องวิดีโออย่างThe Blair Witch Project กันอย่างแน่นอน เพราะยุคนั้นเรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้สร้างปรากฏการณ์กันอย่างถล่มทลาย เพราะตอนแรกนั้นมีการสร้างข่าวปลอมๆว่าหนังที่เอามาฉายนั้นเป็นวิดีโอเทปที่ถูกค้นพบจริงๆ และพวกนักศึกษาในเรื่องนั้นหายตัวไปจริงๆ ก่อนจะมาเปิดเผยกันที่หลังว่าจริงๆแล้วมันเป็นวิธีการโปรโมตหนัง แต่ด้วยเรื่องราวของ 3 นักศึกษาที่เกิดหลงอยู่ในป่าอาถรรพ์และเชื่อว่ามีแม่มดอยู่จริงนั้น ก็เล่นเอาคนดูขนลุกกันไปยกใหญ่

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่กี่เดือนก่อนมีการโปรโมตหนังที่ชื่อ The Woods ที่เป็นผลงานของอดัม วินการ์ดผู้กำกับหนังแนวระทึกขวัญสยองขวัญที่กำลังมาแรงมาก ผลงานเรื่องล่าสุดของเขาคือ The Guest (ซึ่งสนุกมาก มันสุดๆ) และหนังไล่เชือดอย่าง You’re Next

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า หลังจากความสำเร็จของ The Blair Witch Project นั้นทำให้เกิดหนังภาคต่ออย่าง Book of Shadows: Blair Witch 2 ซึ่งคุณภาพของหนังก็จัดได้ว่าย่ำแย่และโลกควรลืมๆไปซะ ซึ่งเป็นผลงานการกำกับของโจ เบอร์ลิงเกอร์ ผู้กำกับหนังอย่าง Paradise Lost: The Child Murders at Robin Hood Hills (หนังอะไร!!)

อย่างไรก็ตามเรื่องราวใน Blair Witch นั้นก็ยังคงเล่าเรื่องของเหล่านักศึกษาที่หลงเข้าไปในป่าอาถรรพ์และเจอคำสาปของแม่มดและสิ่งชั่วร้าย จะน่ากลัวขวัญผวาจริงๆ หรือเป็นแค่มุขปาหี่หลอกตีหัวคนดู 16 กันยายนนี้ รู้กัน (หนังได้สิทธิเข้าฉายในไทยแล้วด้วยครับ)

@พริตตี้ปลาสลิด

ตัวอย่าง

2aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL212LzAvdWkvMTIvNjE3NTcvMV8xNDY5NTMzMTQwLmpwZw==

ใต้ความแบ๊วคือความแซ่บ! คินกิ ริวซากิ คุณแม่ท้องโตโชว์รอยสักทั้งตัว

ใต้ความแบ๊วคือความแซ่บ! คินกิ ริวซากิ คุณแม่ท้องโตโชว์รอยสักทั้งตัว

ใต้ความแบ๊วคือความแซ่บ! คินกิ ริวซากิ คุณแม่ท้องโตโชว์รอยสักทั้งตัว

เป็นที่รู้จักกันดีในวงการคนลายสักศิลปะบนเรือนร่าง คินกิ ริวซากิ (Kinki Ryusaki) สวยแซ่บมาตั้งแต่ก่อนสักจนเป็นคุณแม่ตั้งท้องโตก็ยังคงคอนเซ็ปต์แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดภายใต้หน้าตาสุดแบ๊ว

คินกิ ริวซากิ เกิดที่ประเทศมาเลเซีย เธอมีอาชีพเป็น ช่างสัก ฝีมือดี ที่โด่งดังในโชเชียลมีคนติดตามในอินสตาแกรมเกือบ 5 แสน follow แต่ละลายที่ผ่านปลายเข็มของเธอออกมาได้งดงามไม่ผิดหวัง เธอเปิดร้านอยู่ที่ กัวลาลัมเปอร์ ฝีมือการสักของเธอดังไปทั่วโลก มีแฟนๆ รอคิวรอสัก ทั้งยุโรปและเอเชีย ต่างพากันบินตรงมาหาเธอถึงที่เลยทีเดียว

สำหรับสาวๆ ที่อยากรู้ว่า คินกิ ริวซากิ คนนี้จะแซ่บขนาดไหนถึงได้ดังมาถึงประเทศไทย รวบรวมมาให้ได้ดูกัน เห็นแล้วจะบอกว่าก่อนและตอนท้องโตสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย

วีดีโอ Benchmark เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง GTX 1060 ปะทะ RX 480

ปี 2016 นี้นับเป็นปีแห่งการดวลเดือดเรื่องการ์ดจอจริงๆ หลังจากที่เว้นวรรคมานานพอสมควร โดยทั้งค่ายแดงและเขียวต่างก็ทำการ์ดจอรุ่นราคาไม่แพงมาสู้กัน โชว์จุดเด่นประสิทธิภาพที่รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง VR และ 4K โดยที่ราคาสมเหตุสมผล ไม่แพงจนเกินไป โดยทางมุมแดงเข็น RX 480 ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมโพลาลิส ส่วนของมุมเขียวก็มากับชิป Pascal ที่มีคอร์ CUDA จำนวนมากถึง 1280  โดยตอนนี้ทั้งสองฝ่ายก็มีสินค้าออกมาให้ทดสอบกันเรียบร้อยแล้ว ก็เลยมีคลิปโชว์พลังของทั้งสองรุ่น ในการเปิดทดสอบเกม 16 เกมมาให้ชมกันว่า Benchmark ของแต่ละรุ่นแสดงพลังได้แค่ไหน

เกมทั้ง 16 เกมที่เปิดทดสอบนั้น จะปรับกราฟิกสูงสุด ทดสอบที่ความละเอียดสองระดับคือ 1080p และ 1440p นอกจากเทียบระหว่าง GTX 1060 กับ RX 480 แล้วก็ยังมีรุ่น GTX 970 กับ GTX 980 มาเทียบเพิ่มด้วย

GTX 1060

LIGHT OUT กับที่มาของคอนเซปหนัง “เพราะทุกคนกลัวความมืด”

   “เราทุกคนกลัวความมืด” เจมส์ วาน กล่าว  “เมื่อยังเด็ก เราเชื่อว่ามีบางอย่างแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้าหรือใต้เตียง และความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่กับเรา มันเป็นสิ่งสากล หนังเรื่องนี้เล่นกับแนวคิดง่ายๆ นั้น นั่นล่ะครับที่ทำให้มันสนุกและยอดเยี่ยม”

แต่นอกเหนือจากความกลัวและลางสังหรณ์แล้ว ถ้าเกิดว่ามีสิ่งชั่วร้ายอาศัยอยู่ในความมืดจริงๆ สิ่งที่ดำรงอยู่โดยอาศัยความมืดอำพรางตนและแข็งแกร่งขึ้นจากความกลัวของเรา สิ่งเดียวที่ปกป้องเราอาจเป็นแหล่งให้แสงสว่าง ชีวิตเราจึงต้องฝากไว้กับสวิตช์ไฟ กระแสไฟฟ้าในโคมไฟเหนือหัว หรือถ่านในกระบอกไฟฉาย

คนเราหวาดกลัวความมืดมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์” ผู้กำกับ เดวิด เอฟ แซนด์เบิร์กกล่าว “ตัวผมเองก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ดังนั้นแทนที่จะปฏิเสธแรงกระตุ้นนั้น เราจึงบอกว่า ‘คุณคิดถูกแล้วล่ะ คุณคิดถูกแล้วที่กลัวเพราะมีบางอย่างอยู่ตรงนั้นจริงๆ’ เรานำความกลัวนั้นมาสร้างเป็นปีศาจร้าย” และปีศาจตนนั้นก็มีชื่อ ไดอานา

“Lights Out” เป็นผลงานหนังเรื่องแรกของแซนด์เบิร์กหลังจาก เขาได้เขียนบทและกำกับหนังสั้นหลายเรื่องที่มีชื่อชวนสะกิดใจอย่าง “Closet Space” และ “Attic Panic” ทั้งยังมีผู้ติดตามทางอินเตอร์เน็ตจำนวนมากที่รอคอยผลงานสุดสยองของเขา “Lights Out” ได้เค้าโครงมาจากหนังสั้นสยองขวัญชื่อเดียวกันของแซนด์เบิร์ก ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อนหนังสั้นเรื่องนี้ เขาถ่ายทำง่ายๆในอพาร์ตเมนต์ของเขาที่สวีเดนและอัพโหลดขึ้นไปบนโลกออนไลน์ มันฮือฮาและกลายเป็นกระแส มีคนเข้าชมกว่า100 ล้านครั้ง

ความตั้งใจของทีมงานผู้เขียนบทนั้นมองว่าหนังเวอร์ชั่นยาวนั้นไม่ใช่การรีเมคหนังสั้น แต่เป็นการดึงเอาปีศาจตนนี้มาพร้อมกับหลักการและจุดมุ่งหมายอันชั่วร้ายของมัน เดวิดคิดค้นความน่ากลัวอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา แล้วมือเขียนบทก็เสริมแนวคิดเข้าไปเพื่อสำรวจความสว่างและความมืดในรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าทีมงานนั้นเล่นกับแนวคิดเรื่องไดอานาอย่างได้ผล

@พริตตี้ปลาสลิด

ตัวอย่างหนังสั้น 

ฉากสยองต้นเรื่อง 

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL212LzAvdWkvMTIvNjE3NjEvbG8tMDAyMjhfMTQ2OTQ0MzY2Ni5qcGc=

5 ผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทานได้น้ำตาลไม่สูง

5 ผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทานได้น้ำตาลไม่สูง

เคยทานอาหารร่วมกับผู้ป่วยโรคเบาหวานไหมคะ อันนั้นก็ทานไม่ได้ อันนี้ก็ทานไม่ได้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วอาหาร และขนมไทยเราในปริมาณค่อนข้างสูงเหมือนกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งผลไม้ไทยที่ยังเจอน้ำตาลซ่อนอยู่ เลยทำให้เขาเหล่านั้นอดทานของอร่อยไปมากมาย แต่อันที่จริงแล้วผลไม้ที่ผู้ป่วยเบาหวานทานได้ก็มีอยู่มากมายไม่แพ้กันนะคะ จะมีอะไรบ้างนำข้อมูลจากรายการ Did You Know? คุณรู้หรือไม่ มาฝากกันค่ะ

 

ผลไม้ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวาน

ผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน ควรเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด มีปริมาณน้ำตาลต่ำ และมีกากใยสูง เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้ช้าลง

1. แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลทีเส้นใยที่ละลายในน้ำได้ที่เราเรียกว่า “เพกทิน” อยู่สูงมาก เพกตินจะช่วยดักจับไขมัน ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด และยังไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีวิตามินต่างๆ รวมไปถึงเบตาแคโรทีนอีกด้วย

ปริมาณที่แนะนำ : แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูกเล็ก หลังอาหาร 1 มื้อ

2. ฝรั่ง

ฝรั่งเป็นผลไม้รสหวานน้อย และมีเส้นใยสูง ปริมาณแคลอรี่ต่ำ

ปริมาณที่แนะนำ : 1 ผลเล็ก ไม่เกิน ½ ผลใหญ่ ทานสดๆ แต่อย่าทานร่วมกับพริก เกลือ และน้ำตาล

3. กล้วย

กล้วยช่วยควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดได้ เพราะการดูดซึมน้ำตาลเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้อิ่มนาน มีเส้นใยสูง และสามารถทานเป็นอาหารว่าง สำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้

ปริมาณที่แนะนำ :หากเป็นกล้วยหอม ให้รับประทานมื้อละ ½ ผล หากเป็นกล้วยไข่ หรือกล้วยน้ำว้า สามารถทาน 1 ผลเต็มๆ ได้

4. แก้วมังกร

แก้วมังกรอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุมากมายหลายชนิด มีเส้นใยสูง แคลอรี่ต่ำ และยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน ปริมาณที่แนะนำ : มื้อหนึงไม่ควรทานเกิน 10-12 คำ

5. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ทั้งสตอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามิน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย

ปริมาณที่แนะนำ : มื้อละ 12 ผล

ข้อควรระวัง คือการทานผลไม้เหล่านี้ ต้องทานแบบสด ไม่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร หรือดัดแปลงใดๆ ทั้งสิ้น เช่น นำไปเชื่อม กวน ตากแห้ง คลุกน้ำตาล หรือแม้กระทั่งไม่ควรทานแบบจิ้มกับพริกเกลือน้ำตาล หรือน้ำจิ้มใดๆ เพราะจะเป็นการเพิ่มน้ำตาลในร่างกายมากเข้าไปกว่าเดิมค่ะ

เนื้อหาโดย : Did You Know

“ช็อกโกแลตซีส” หายได้ เมื่อผ่าตัดผ่านกล้อง 3 มิติ

“ช็อกโกแลตซีส” หายได้ เมื่อผ่าตัดผ่านกล้อง 3 มิติ

ช็อกโกแลตซีส เป็นซีสที่รังไข่ซึ่งเป็นกลุ่มโรคเดียวกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ สาเหตุการเกิดมีหลายทฤษฎีแต่ที่มีการพูดถึงกันบ่อยและเข้าใจง่ายก็คือ การที่มีเลือดประจำเดือนและเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไหลผ่านท่อนำไข่ย้อนกลับเข้าช่องท้อง ไปเกาะตามเยื่อบุช่องท้องและมีการเจริญเติบโตต่อได้ ทุกครั้งที่มีประจำเดือนมา เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่เกาะในช่องท้องก็จะมีเลือดออกด้วย เลือดที่ออกทุกเดือนในท้องก็จะสะสมเป็นเลือดเก่า ๆ สีเหมือนช็อกโกแลต

วิธีสังเกตอาการผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจจะมีอาการปวดประจำเดือนที่มากขึ้น เนื่องจากช่วงที่มีประจำเดือนจะมีเลือดออกในท้อง ทำให้มีการระคายเคืองในเยื่อบุช่องท้อง หรือบางรายมีปวดท้องน้อยเรื้อรังรวมไปถึงการมีบุตรยาก แต่ในผู้ป่วยบางรายก็อาจจะไม่มีอาการเลยก็ได้ โดยตรวจเจอช็อกโกแลตซีสจากการตรวจภายในหรืออัลตร้าซาวน์อุ้งเชิงกราน ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่มีประจำเดือนก็จะมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงจะมากขึ้นในรายที่มีอาการปวดประจำเดือน ประจำเดือนมามาก และในรายที่ไม่เคยมีบุตร

การรักษาผู้ป่วยในรายที่ก้อนช็อกโกแลตซีสมีขนาดเล็กอาจจะรักษาโดยใช้ฮอร์โมนซึ่งจะช่วยให้ก้อนไม่โตขึ้นหรือบางรายอาจยุบหายไป แต่ถ้าหากก้อนมีขนาดใหญ่ มีอาการปวด หรือก้อนแตกรั่วในช่องท้องก็จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว เพราะด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทำให้เราสามารถทำการผ่าตัดได้ง่ายขึ้น โดยการผ่าตัดผ่านกล้อง 3 มิติ เพื่อเข้าไปตัดเฉพาะตัวซีสออก ซึ่งมีความคมชัดมากขึ้น มีความตื้นลึกของภาพ สามารถได้ภาพที่ละเอียดกว่า ส่งผลให้การผ่าตัดมีความแม่นยำ ทำให้เนื้อรังไข่ส่วนที่ดีถูกตัดออกน้อยกว่า นอกจากนี้ปลายเลนส์สามารถโค้งงอได้เข้าไปถึงตำแหน่งที่ผ่าตัดยาก ๆ ได้ง่ายกว่า ทำให้ผ่าตัดได้เร็วขึ้น เกิดผลแทรกซ้อนน้อยกว่า แผลมีขนาดเล็กกว่า เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็ว เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิม

หลังจากผ่าตัดแล้วผู้ป่วยนอนพักในโรงพยาบาลเพียงคืนเดียว ก็สามารถกลับบ้านได้ และทำงานเบา ๆ เพียง 1-2 สัปดาห์ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องมีการตรวจติดตามสม่ำเสมอเพราะตัวช็อกโกแลตซีสมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้สูงหลังการผ่าตัด

สุดท้ายนี้ แพทย์อยากแนะนำให้คุณผู้หญิงหมั่นเข้ามาตรวจภายใน ร่วมกับการตรวจอัลตร้าซาวน์เป็นประจำทุกปี เพราะถ้ารู้ว่าเป็นช็อกโกแลตซีส การรักษาที่เร็ว ก็ให้ผลการรักษาที่ดีกว่า เพราะโรคดังกล่าวถือว่าพบได้บ่อยและมักกลายเป็นปัญหาเรื้อรังทั้งเรื่องปวดท้องรวมไปถึงการมีบุตรยากด้วย

นพ.วรวัฒน์ ศิริปุณย์
สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
โรงพบาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111
ภาพประกอบจาก istockphoto