กระเป๋าอิตาลี กับความคล้ายกระเป๋าสานไทย ติดแบรนด์เข้าไป ขายได้เกือบ 5,000

กระเป๋าแบรนด์ดัง ออกคอลเลคชั่นคล้ายกระเป๋าจักสานไทย จำหน่ายเพื่อการกุศล สนนราคาใบละเกือบ 5 พัน ขณะที่ไทยหาได้ตามตลาดนัด ในราคาแค่หลักร้อย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ Laurel Tuohy รายงานว่าพบกระเป๋าแบรนด์หรู Marni จากอิตาลี ออกแบบคล้ายกระเป๋าจักสานของไทย ซึ่งกระเป๋าจักสานของแบรนด์ดังกล่าว มีชื่อคอลเลคชั่นว่า Marni Charity Baskets เป็นผลงานจักสานของช่างฝีมือชาวโคลอมเบีย เป็นรุ่นที่ผลิตออกมาเพื่อโครงการการกุศลมอบรายได้ให้แก่องค์กร Vimala ที่คอยให้การช่วยเหลือเด็กที่ถูกทอดทิ้งและพิการในประเทศอินเดีย บราซิล กินี-บิสเซา และประเทศยากจนอื่น ๆ

โดยรายได้จากการขายกระเป๋าตะกร้าครั้งนี้ จะนำไปฟื้นฟูโรงเรียนเด็กพิการในอินเดีย ซึ่งราคาใบเล็กอยู่ที่ 90 ยูโร (3,600 บาท) ส่วนใบใหญ่ 120 ยูโร (4,800 บาท) ขณะที่ชาวไทยสามารถหาซื้อตะกร้าจักสานในแบบที่คล้ายกันกับตะกร้า Marni ได้ตามตลาดนัดในประเทศทั่วไป สนนราคาอยู่ที่หลักร้อยบาทเท่านั้น

สำหรับ Marni เป็นแบรนด์หรูจากประเทศอิตาลี ก่อตั้งในปี 2537 โดยดีไซเนอร์ Consuelo Castiglioni มีผลิตภัณฑ์จากแบรนด์มากมาย ทั้งเสื้อผ้าสตรี บุรุษ เด็ก กระเป๋าถือ และเครื่องประดับ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางแบรนด์ได้ออกผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น แว่นตากันแดด และน้ำหอม

 

 


 

ที่มา : kapook

ขุด 3 วัน ไม่พบ! เจ้าของบ้านยุติการค้นหาตะเคียน หลังรื้อบ้านทิ้ง

ขุด 3 วัน ไม่พบ! เจ้าของบ้านยุติการค้นหาตะเคียน หลังรื้อบ้านทิ้ง

         เจ้าของบ้านยุติการค้นหาตะเคียน หลังต้องรื้อบ้านทิ้ง เจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยม หาทางช่วยเหลือ แนะนำด้านสุขภาพ ขณะที่เจ้าของบ้านรอความช่วยเหลือที่อยู่อาศัยจากรัฐ (28 ส.ค.) จากกรณีที่ นายจำรวน อายุ 44 ปี และ นางทองปิ่น อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา ได้รื้อบ้านซึ่งเป็นบ้านของตนเอง เพื่อค้นหาต้นตะเคียน และพ่อนาคา แม่นาคี 2 พญานาค ตามความเชื่อว่าถูกฝังสถิตอยู่ใต้พื้นบ้าน หลังจากบูชา บุตรชายอายุ 22 ปี นั้นบรรเทาอาการจากเดินเอียงข้างเป็นเดินตัวตรงได้ จึงนำไปสู่การรื้อบ้านทิ้งแล้วขุดหาต้นตะเคียนศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อดังกล่าวติดต่อกันมาแล้ว 3 วัน แต่ก็ยังไม่เจอ

ล่าสุด วันที่ 28 ส.ค. 60 นายเสน่ห์ ไชยมงคล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอพรานกระต่าย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย ได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบโดยบริเวณพื้นดินที่เดิมมีบ้านปูนชั้นเดียว 2 ห้องนอน ถูกรื้อถอนไปแล้วและมีร่องรอยของการขุดเจาะพื้นดินมีความลึกประมาณ 8 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร และยังคงมีศาลตายาย และโต๊ะบวงสรวงมีบายศรีเป็นรูปพญานาค 2 ตัว ให้เห็น อยู่บริเวณในที่ดินของบ้านหลังดังกล่าว

นายเสน่ห์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาทำความเข้าใจพร้อมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ และเรื่องของการไปให้บริการในส่วนของโรงพยาบาล ซึ่งลูกนั้นป่วยอยู่แล้ว และได้พยายามที่จะหาช่องทางรักษาโรคให้หายทุกช่องทาง ส่วนแนวทางการช่วยเหลือเรื่องบ้านที่อยู่อาศัยขณะนี้ อาศัยอยู่กับพ่อแม่ไปก่อน ในส่วนพื้นที่เดิมที่จะสร้าง เป็นดินทรายต้องถมและใช้ระยะเวลาให้ดินเซ็ตตัวในการก่อสร้างใหม่

โดยประสานนายดง คำเผือก กำนันตำบลวังตะแบก เพื่อให้คนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเอาแรงและประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไป ส่วนในเรื่องของความเชื่อก็จะได้ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของบ้านและชาวบ้านให้อยู่ในขอบเขตของข้อกฎหมายโดยไม่กระทบต่อผู้อื่นต่อไป

ด้านนางทองปิ่น เปิดเผยว่า ตนเองมีหนี้สินเยอะ ต้องการที่จะให้ลูกนั้นได้หายป่วย ทางเจ้าหน้าที่ได้มาให้คำแนะนำก็จะหยุดดำเนินการในเรื่องค้นหาเจ้าแม่ตะเคียน เพราะตนนั้นหมดปัญญาที่จะช่วยเจ้าแม่แล้วก็คงจะต้องรอให้ คนอื่นที่มีความพร้อมมาช่วยค้นหาต่อไป


 

 ที่มา : sanook

ไม่ทิ้งกัน..พชร์ อานนท์ โอนเงินช่วย ไข่มุก ซุปตาร์ 1 แสน หลังป่วยมะเร็ง

 

     พชร์ อานนท์ โอนเงินช่วยค่ารักษาพยาบาล ไข่มุก ซุปตาร์ จำนวน 1 แสนบาท หลังทราบข่าวป่วยเป็นมะเร็ง พร้อมส่งกำลังใจขอให้หายเร็ว ๆ หลังจากดาวตลกชื่อดัง ไข่มุก ซุปตาร์ เผยภาพขณะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวิภาราม เนื่องจากอาการป่วย และเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งในวันที่ 23 สิงหาคม เจ้าตัวก็ได้อัปเดตว่า “ผลเนื้อเยื่อออกมาแล้ว มันคือเนื้อร้ายหรือที่เรียกว่ามะเร็ง จะทำไงต่อไป คิดไม่ออก ร้องไห้จนน้ำตาไม่มีจะออกแล้ว” ซึ่งต่อมาได้มีการโพสต์หากใครอยากช่วยเหลือสามารถโอนเงินมาที่บัญชีของไข่มุก

ล่าสุด (27 สิงหาคม 2560) พชร์ อานนท์ ได้โพสต์ภาพสลิปโอนเงินที่โอนไปช่วย ไข่มุก ซุปตาร์ เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท พร้อมข้อความว่า “ช่วยค่ารักษาพยาบาลเธอแล้วนะไข่มุกน้องรัก ช่วยกัน ๆ หายไว ๆ กลับมาเล่นหนังให้ฉันอีกรักและเป็นห่วงเสมอ สู้ ๆ นะถึงแม้ว่าหน้าตาเธอจะน่ากลัวในสายตาคนอื่น แต่กับฉันเธอก็ยังหน้าตาน่ากลัวอยู่ดี 555”

 


ที่มา : kapook

3 เหรียญที่ระลึก ร.9 หมดเกลี้ยง กรมธนารักษ์ยันยังไม่ผลิตเพิ่ม

 

เหรียญที่ระลึกถวายพระเพลิง ร.9 หมดเกลี้ยงแล้ว 3 ประเภท เหลือเพียงเหรียญที่ระลึกโปรนิกเกิล 26 ล้านเหรียญ ด้านกรมธนารักษ์ยันยังไม่ผลิตเพิ่ม เตือนอย่าซื้อใบจองจากพวกเก็งกำไรอาจถูกหลอก

วันที่ 23 สิงหาคม 2560 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยความคืบหน้าการจองเหรียญที่ระลึก เนื่องในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 23 สิงหาคม 2560 ซึ่งเปิดจองเป็นวันที่ 2 ว่า ขณะนี้เหรียญที่ระลึกทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย เหรียญที่ระลึกทองคำ และเหรียญเงินได้ถูกจองจนหมดแล้ว เหลือเพียงเหรียญที่ระลึกโปรนิกเกิล จำนวน 26 ล้านเหรียญ ซึ่งยังเปิดให้ประชาชนจองได้ที่ธนาคารพาณิชย์ และกรมธนารักษ์ทั่วประเทศ จนถึง 30 กันยายน 2560 หรือจนกว่าเหรียญจะหมด โดยประชาชนสามารถจองได้สิทธิ์ละ 3 เหรียญ และคนหนึ่งจองได้ไม่เกิน 3 สิทธิ์ โดยใช้บัตรประชาชนเป็นหลักฐาน

นายพชร กล่าวว่า ในช่วงครึ่งวันแรกของวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ได้รับรายงานว่าเวลาผ่านไปเพียง 15 นาที ประเภทเหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย ก็มีการจองหมด และเมื่อเวลาผ่านไปได้ 1 ชั่วโมง ประเภทเหรียญที่ระลึกทองคำ ก็ถูกจองหมดอีกเช่นกัน ขณะที่เหรียญคิวโปรนิกเกิล คาดว่าจะหมดภายใน 1-2 วันนี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมธนารักษ์ยังไม่มีการผลิตเหรียญเพิ่มแต่อย่างใด แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมขอผลิตเหรียญเพิ่ม โดยได้รายงานให้ รมว.คลัง ทราบแล้ว ซึ่งการผลิตเพิ่มจะต้องทำตามขั้นตอนและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งขอเตือนประชาชนอย่าซื้อใบจองต่อจากพวกเก็งกำไรเด็ดขาด เพราะการได้รับสิทธิ์จากการจองเหรียญจะให้สิทธิ์คนที่มีบัตรประชาชนตัวจริงก่อน ไม่ใช่ดูจากสำเนาใบจองหรือสำเนาบัตรประชาชน


 

ที่มา : kapook

ธนบดี โผล่ต่างประเทศ ยันไม่เคยอ้างชื่อ ชัช เตาปูน เตือนผู้หญิงระวังจะถูกแฉกลับ

              เปิดใจ ธนบดี เผยตอนนี้อยู่ต่างประเทศ เตือนเหยื่อผู้หญิงทุกคนระวังจะถูกแฉกลับ ลั่นมีหลักฐานครบ ยันไม่เคยอ้างชื่อ ชัช เตาปูน หลังถูกเรียกเข้าไปอบรม ส่วนเสี่ยโป้ขอไม่พูดถึง เพราะไม่มีผลต่อชีวิต  จากกรณี นายธนบดี จิตตา อายุ 21 ปี นักธุรกิจเต็นท์รถมือสอง ที่ก่อเหตุต้มตุ๋นผู้เสียหายเกี่ยวกับการซื้อ-ขายรถยนต์ ไม่มีเล่ม รวมถึงก่อเหตุลักทรัพย์ และยังถูกออกหมายจับ จนมีผู้เสียหายออกมาเปิดเผยตัวตนผ่านสื่อ เพื่อให้นายธนบดีถูกดำเนินคดีและชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น

ล่าสุด (21 สิงหาคม 2560) นายธนบดี จิตตา เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ระบุว่า ขณะนี้ตนอยู่ต่างประเทศ และได้ติดตามข่าวอยู่บ้าง ซึ่งหลายประเด็นไม่เป็นความจริง ในส่วนกรณีการขายรถตนเป็นเพียงนายหน้าเท่านั้น เพราะเจ้าของ คือ เจ้าของผับย่านรัชดา โดยมาขอให้ตนช่วยขายให้ ส่วนกรณีมีหนึ่งในผู้เสียหาย คือ อีฟ (นามสมมติ) ที่ซื้อรถเบนซ์ผ่านตน พร้อมกับเสียค่าโจ๊ก 1 ถุง 750,000 บาทนั้น นายธนบดียืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนเป็นคนโอนเงินให้เองต่างหาก และตนมีหลักฐานแต่หากเอาออกมาจะทำให้ผู้หญิงอาย ตนเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่ประจานผู้หญิง

ในส่วนการอ้างคุณชัช เตาปูน ขอยืนยันว่า ตั้งแต่คุณชัชเคยเรียกพบ ก็ไม่เคยอ้างคุณชัชอีกเลย และหลังเกิดเรื่องนี้ขึ้น ตนก็ยังไม่ได้คุยกับคุณชัชเลย เพราะคิดว่าเขาคงไม่ฟังอยู่แล้ว ส่วนกรณี คุณยิป ยอมรับว่าเคยคุยกับผู้เสียหายจริง แต่ได้ขอโทษพร้อมชดใช้ไปแล้ว และคดีก็ได้สิ้นสุดแล้ว แต่หลังจากที่หลายคนออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตนแอบอ้าง ทำให้ตอนนี้รู้สึกจิตใจย่ำแย่มาก ๆ

 

 รวมถึงประเด็นที่ว่าตนทำงานในวงการเต็นท์รถ 14 ปีนั้น ก็ไม่ใช่ความจริง คือ ตนเริ่มทำงานด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ส่วนประเด็นผู้หญิงที่นัดไปเที่ยวอัมพวา ตนเป็นแฟนกัน แต่ต้องรีบกลับมาหาแฟนอีกคน ซึ่งของที่ติดมาด้วยตนก็คืนให้หมดแล้ว และหลักฐานแชทก็ยังอยู่ โดยผู้หญิงทุกคนเป็นฝ่ายทักแชทมาหาตนก่อน ส่วนตัวเชื่อว่าหากคนที่รู้จักตนจริง จะรู้ว่าตนเป็นคนนิสัยอย่างไร เพราะตนเป็นคนที่แคร์คนอื่นมาก

นอกจากนี้ นายธนบดี ยังได้กล่าวถึงกรณีของนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ พร้อมด้วยน้องชายว่าตนไม่ขอพูดถึง เพราะไม่ได้เป็นผลต่อชีวิต เพราะคลิปเป็นชั่วโมงแต่ตัดแค่ 3 นาที จึงไม่ทราบความต้องการของเสี่ยโป้ว่าต้องการอะไร ส่วนรถสีเหลือง ตนไม่ทราบที่มา แต่เจ้าของผับนั้นตนสนิท และขอให้ช่วยขาย จึงขายไป 220,000 บาท เสี่ยโป้นำไปขายอีก 450,000 บาท คนละราคากัน หากจะให้ไปตามคืนโดยมองว่าเสี่ยโป้ คือ คนที่ควรจะหาเงินค่ารถมาคืน ซึ่งตนก็ไม่ได้รับจากเขา เจ้าของผับเป็นคนรับ ถ้าตนผิดก็ให้แจ้งความดำเนินคดีได้เลย ส่วนเรื่องการโอนเงินก็ขอชี้แจงว่าเป็นบัญชีของเจ้าของผับ

ส่วนกรณี เน วัดดาว เขาเคยทักมาคุยเรื่องรถ ไม่ได้รู้จักหรือสนิทกัน และไม่เคยรับปากด้วยว่าจะส่งลูกของ เน จนจบปริญญา เพราะไม่เคยคุยกันถึงขั้นนั้น ทั้งนี้ หากตนโดนแกล้งไม่หยุด ก็จะเอาข้อความแชทต้นฉบับออกมาสู้ ตนไม่เคยลบแชทไลน์หรือรูปภาพ หลังจากนี้ตนขอดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงกลับไปทำงานและเรียนต่อ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวหรือเถียงต่อ เพราะถ้าสังคมคิดได้จะรู้ว่าใครถูกใครผิดเอง

 

 


 

ที่มา :kapook

 

กองทัพอากาศแจง เรืออากาศตรี ในคลิปต่อยลุงวัย 70 ไม่ใช่ทหารในสังกัด

    กองทัพอากาศแจง เรืออากาศตรี ในคลิปต่อยลุงวัย 70 ไม่ใช่ทหารในสังกัด ด้านผู้บัญชาการทหารสูงสุดทราบเรื่องแล้ว จ่อสอบ หากพบมีความผิดจริง เจอเอาผิดทางวินัยจากกรณีที่โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ทหารยศเรืออากาศตรีรายหนึ่ง ลงมือชกต่อยชายชรา วัย 70 ปี ไม่ยั้งมือ หลังโมโหที่ถูกชนท้าย จนผู้ที่อยู่ใกล้เคียงต้องเข้ามาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย ซึ่งฝั่งผู้เสียหายระบุว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ล่าสุด วันที่ 21 สิงหาคม 2560 มีรายงานว่า กองทัพอากาศได้ชี้แจงว่า หนุ่มรายดังกล่าวไม่ใช่ข้าราชการในสังกัด ทั้งนี้หากพบเห็นพฤติกรรม ไม่เหมาะสมของข้าราชการ ในสังกัดกองทัพอากาศสามารถแจ้ง และส่งเรื่องร้องเรียนได้ที่ www.rtaf.mi.th และช่องทางอื่น ๆ

ทั้งนี้มีรายงานว่า ผู้ที่ก่อเหตุเป็นนายทหารเรืออากาศตรี สังกัดหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ซึ่งขณะนี้ทาง พล.อ. สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดรับทราบเรื่องแล้ว และทาง ผบ.นทพ. ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่าผิดตาม พรบ.วินัยทหาร ฐานประพฤติตัวไม่สมควรจะมีการลงโทษต่อไป

 

 


 

ที่มา : kapook

ชาวเน็ตสะใจ! ช่างเสริมสวยถูกลูกค้าโกงเงิน ขอเอาคืนกลางโรงพัก

ชาวเน็ตสะใจ! ช่างเสริมสวยถูกลูกค้าโกงเงิน ขอเอาคืนกลางโรงพัก

               ขอเอาคืน! ช่างเสริมสวยถูกลูกค้าโกงเงิน ตัดขนตา-ถอดผม-โกรกสีทัับ กลางโรงพัก ยอมเหนื่อยสองรอบเพื่อแก้เผ็ด (20 ส.ค.) โลกโซเชียลแชร์เรื่องราว จากเฟซบุ๊ก บงกช แซ่ตั้ง เจ้าของร้านโบว์ซาลอน ที่ อ.อู่ทองจ.สุพรรณบุรี โดยได้แฉพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยให้กับร้านเสริมสวยอื่นๆ โดยได้เล่าว่า มีหญิงสาวรายหนึ่งเข้ามาใช้บริการที่ร้านเสริมสวยของตน โดยให้ช่างทำหลายอย่าง ตั้งแต่ถอดผมต่อทั้งหัว ต่อผมให้ใหม่ ทำสีผมทั้งส่วนจริงและส่วนที่ต่อใหม่ ทำเล็บตัดหนัง ต่อเล็บอะคริลิค ทาเล็บสีเจล ต่อขนตา 600 บาท และซื้อต่างหูของร้าน รวมเป็นเงิน 9,070 บาท

ช่างเสริมสวยบอกว่า ใช้เวลาบริการลูกค้ารายนี้ตั้งแต่เวลาประมาณบ่ายสามถึงเที่ยงคืน รวมเป็นเวลานานกว่า 8 ชั่วโมง จนไม่ได้รับลูกค้ารายอื่นเลย แต่เมื่อถึงเวลาคิดเงินหญิงรายนี้กลับให้มาแค่ 2,000 เหลือค้างจ่ายอีก 7,070 ก่อนจะชิ่งหนีไป ทางสาวเจ้าของร้านจึงตามไปถึงโรงแรมที่พักของหญิงคนนี้ พร้อมทั้งแจ้งความกับทางตำรวจเพื่อเอาเรื่อง

แต่ลูกค้าหญิงรายดังกล่าวไม่มีเงินมาจ่าย ทางสาวเจ้าของร้านไม่อยากเอาเรื่อง ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาล จึงขอเอาสิ่งที่ให้บริการกับหญิงรายนี้ไปคืนทั้งหมด ด้วยการขอถอดผมต่อคืน ตัดเล็บและขนตาที่ต่อให้ออก พร้อมทั้งนำน้ำยาโกรกผมสีดำไปย้อมให้กับหญิงรายนี้ที่โรงพัก เพราะสีที่ทำให้ลูกค้าไปตอนแรกนั้นทำยากมาก เจ้าของร้านเผยว่ายอมเขาดทุนสียเงินเพิ่ม เสียเวลา และเหนื่อยเพิ่ม แต่อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจร้านเสริมสวยอื่น

หลังเรื่องราวถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตก็เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมขี้โกงของลูกค้าหญิงรายนี้อย่างหนัก พร้อมให้กำลังใจเจ้าของร้านเสริมสวย ที่ทั้งเสียเงินเสียเวลาไปทั้งวัน หลายคนระบุว่ารู้สึกสะใจกับวิธีแก้เผ็ดของช่าง ที่ขอเอาทุกอย่างคืนจากลูกค้าแสบรายนี้


 

ที่มา : sanook

สาวถูกฝรั่งกระชากหัว-เตะกลางร้านแมคที่ข้าวสาร ตร.ไม่รับแจ้งความ-บอกมาที่อโคจรเอง

 

วันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ร้องเรียนมายัง เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ กรณีนักศึกษาสาวถูกฝรั่งทำร้ายร่างกายด้วยการกระชากร่างกายและถีบ กลางร้านแมคโดนัลด์ ถ.ข้าวสาร ทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันมาก่อน แม้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดชัดเจน แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ระบุว่า ร้านแมคโดนัลด์เป็นสถานที่อโคจร เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 19 ส.ค.

โดยกลุ่มของผู้เสียหายได้โพสต์ข้อความดังนี้

สวัสดีครับควีน เรามีเรื่องขอความช่วยเหลือ เหตุเกิดที่ถนนข้าวสาร วันที่ 18 สิงหาคม ในระหว่างที่น้องสาวเรานัดกับเพื่อนที่แมคโดนัลด์ในถนนข้าวสาร เพื่อคุยเรื่องงานพาร์ทไทม์คือน้องสาวจะไปเป็นติวเตอร์สอนวิชาคณิตศาสตร์ เลยนัดคุยกันที่ข้าวสารในระหว่างที่นั่งคุยกัน ก็มีสาวชาวต่างชาติเข้ามาในร้านสั่งอาหารที่เคาท์เตอร์ โดยที่น้องสาวเราไม่รู้จัก ไม่เคยคุยไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แล้วสาวต่างชาติเกิดเมาอารมณ์เสียเลยเข้ามากระชากผมน้องสาวจนล้มจากเก้าอี้แล้วเดินเข้ามาเตะที่ศีรษะอีกหนึ่งครั้ง แล้วน้องสาวเราไม่ได้ทำไรเลยดังในคลิป

จากนั้นก็มีตำรวจผ่านมาเลยพากันไปโรงพัก สน.ชนะสงคราม น้องสาวก็จะแจ้งความ แต่ตำรวจกลับบอกว่าช่วยไม่ได้ไปที่อโคจรเอง ซึ่งแมคโดนัลด์ในถนนข้าวสารคือที่อโครจรเหรอ ตำรวจก็บอกว่าถ้าเค้าขอโทษจะจบไหม น้องสาวกับเพื่อนที่อยู่กันที่โรงพัก บอกจะแจ้งความแต่ตำรวจบอกอย่าเสียเวลาเลยจากนั้นตำรวจก็บอกกลับไปพักผ่อนเถอะ นี่ไม่มีอาวุธโชคดีแล้วนะ พวกน้องก็พากันกลับมาที่แมคโดนัลด์เพื่อขอวงจรปิด ดังที่ได้ส่งมาให้ พวกเรากลับไปสน.พร้อมภาพในคลิปเพื่อแจ้งความตำรวจบอกว่าจะแจ้ง ทำไม สน.ชนะสงคราม ไม่รับแจ้งได้เหรอ งงมาก หลักฐานครบ งงมากครับพี่ช่วยน้องผมด้วยนะครับ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” ได้ติดต่อไปยังกลุ่มผู้เสียหาย โดยพี่ชายของนักศึกษาที่ถูกทำร้ายร่างกาย ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นดังที่ปรากฏในคลิป ฝรั่งสาวเข้ามากระชากน้องสาวตนและเตะที่หัว ทั้งที่ไม่รู้จักและไม่ได้มีเรื่องกันมาก่อน เมื่อพบตำรวจ ตำรวจกลับบอกว่า เป็นสถานที่อโคจร โชคดีแล้วที่เขาไม่มีอาวุธ ตำรวจไม่รับแจ้งความ ตอนนี้อยากถามว่าจะทำอะไรได้บ้าง เพราะหลักฐานมีครบทุกอย่าง แต่ไม่สามารถเอาผิดกับฝรั่งที่มาทำร้ายได้

 

 

ที่มา : khaosod

“ใบเตย อาร์สยาม” แปลงโฉมเป๊ะ ดูคอนเสิร์ต Ariana Grande

 

ควันหลงบรรยากาศแห่งความเริ่ดของคอนเสิร์ตสุดป็อป Dangerous Woman Tour คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในเมืองไทยของนักร้องสาวตัวเล็กเสียงทรงพลัง Ariana Grande ที่เปิดโชว์อลังการไปแล้วเมื่อคืนวานนี้ (17 ส.ค.) บรรดาแฟนๆ ไม่พลาดที่จะตีตั๋วเข้าชม เช่นเดียวกับเหล่าดาราคนดังที่ตบเท้าเข้าไปส่วนหนึ่งในไลฟ์ครั้งนี้

หนึ่งในนั้นคงต้องยกเสียงชื่นชมให้กับ “ใบเตย อาร์สยาม” ที่แปลงโฉมไปดูคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างสง่างาม ก็อปปี้เหมือนนักร้องสาวซุปตาร์ตัวจริง ด้วยฝีมือการเนรมิตโฉมโดย น้องฉัตร ช่างแต่งหน้ามือวางอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เก็บรายละเอียดได้ทุกสเกล สวยเป๊ะเหมือนต้นฉบับ ทุ่มทุนกับการชมคอนเสิร์ตครั้งนี้มากๆ ปรบมือให้ค่ะ

  

ที่มา : sanook

สิตางศุ์ ควงแฟนถ่ายพรีเวดดิ้ง พร้อมเปิดหัวใจ…รักแท้เอาชนะทุกข้อจำกัด

สิตางศุ์

 โมเมนต์อบอุ่นหัวใจ สิตางศุ์-ตี๋ ควงคู่สานฝันถ่ายพรีเวดดิ้ง พร้อมโชว์จูบหวาน 10 ปีที่อยู่ด้วยกัน…รักเราไม่เก่าเลย นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ สิตางศุ์ บัวทอง เน็ตไอดอลสาวประเภทสอง ที่ทำคลิปออกมาเต้นสะบัด แถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เห็นแวบแรกต้องจำได้ นอกจากนี้เธอยังโกอินเตอร์ดังไกลถึงเมืองจีนอีกด้วย

และล่าสุด (16 สิงหาคม 2560) ก็ทำเอาตะลึงกันไปเลยทีเดียว เมื่อในรายการ คุยเช้า Show สิตางศุ์ บัวทอง ได้ปรากฏตัวในลุคเจ้าสาวสวยในชุดขาวออร่า ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบบจัดเต็มโดยเมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังอย่าง “น้องฉัตร” เรียกได้ว่าลงตัวสุด ๆ หลังเจ้าตัวเคยฝันอยากมีพรีเวดดิ้งสักครั้งในชีวิต

โดยสิตางศุ์ เผยว่า สมัยก่อนที่จะมาเจอกับ ตี๋ แฟนคนที่คบปัจจุบัน ตนเปย์ผู้ชายมาเยอะมาก รู้สึกสนุก วิธีการจีบผู้ชายตอนนั้นคือชวนไปทะเลเลย ต้องการเงินติดกระเป๋าเท่าไหร่ว่ามาเลย ที่ผ่านมาเจอผู้ชายมาก็เยอะ เพราะเป็นคนขี้เบื่อ แต่พอทุกวันนี้อยู่กับตี๋ มา 10 ปีกว่า ทำไมถึงหยุดอยู่ที่คนนี้เพราะเขาเป็นคนน่ารัก ขี้อ้อน อยู่กับเขาแล้วเราสบาย เราไม่ต้องทำงานเพราะเขากลัวเราจะเหนื่อย แล้วเราก็ไม่ต้องการอะไรมากอยู่แล้ว เราไว้ใจเขาเพราะเขาไม่เคยนอกใจเรา เราก็ไม่เคยนอกใจเขา

สิตางศุ์
ส่วนเรื่องแต่งงานไม่เคยพูดถึงเพราะเราไม่ได้สนใจเรื่องพิธีการ เรารู้สึกว่าโอเคแล้ว ชีวิตเราเติมเต็มกันได้ แต่เรื่องการรับรองทางกฎหมายเราก็คิดตลอดเลย รออยู่ว่าเมื่อไหร่จะแก้กฎหมายเพศที่สามบ้าง ใครจะยืนยันได้บ้างเหรอว่าโลกนี้เป็นของชายจริงหญิงแท้ ทั้งนี้ทั้งนั้นตนไม่อยากจัดงานแต่งแต่ตนอยากได้พรีเวดดิ้ง เคยไปถามว่าถ่ายพรีเวดดิ้งคิดเท่าไหร่ ตอนนั้นร้านคิด 5,000 บาท เราก็เลยคิดว่าเงินนี้เราเก็บไว้ดีกว่า
 ด้านคุณตี๋ เปิดใจว่า คบกันเพราะว่าเขาเป็นคนใจดี น่ารัก สวย หุ่นดี ตอนแรกที่คบกันก็คิดถึงเรื่องการยอมรับทางสังคม แต่ตอนหลังก็ไม่ได้คิดอะไรแล้ว ทำใจได้ ทางบ้านตนก็ปล่อย ไม่ได้ว่าอะไร แต่ยอมรับว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่ทางบ้านไม่ยอมรับ ทะเลาะกันกับที่บ้านว่าสิตางศุ์จะมาเกาะ ซึ่งตนก็เข้าไปเคลียร์จนสุดท้ายก็เข้าใจกัน… 10 ปีที่อยู่กับสิตางศุ์ เพราะใจเขาเลย ชอบในความดี ความมีเมตตาของเขา ตอนนี้เขาเป็นคนดัง เป็นเน็ตไอดอล เราก็สนับสนุนแต่เราก็มีหวงเขาบ้าง

ส่วนสิตางค์ บอกว่า ที่รักคุณตี๋เพราะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย แม้ว่าจะ 10 ปีแล้ว แต่เขาก็ยังปฏิบัติเหมือนตอนที่เข้ามาจีบใหม่ ๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตามใจเราทุกอย่าง แล้วทางบ้านของตี๋เขาอยากให้มีลูก ก็อาจจะขอเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม

สิตางศุ์

สิตางศุ์
สิตางศุ์
สิตางศุ์
สิตางศุ์
ที่มา : kapook