โรงไฟฟ้าถ่านหินอินเดียระเบิดครั้งใหญ่ สังเวยชีวิต 16 ศพ

โรงไฟฟ้าถ่านหินอินเดียระเบิดครั้งใหญ่ สังเวยชีวิต 16 ศพ

        เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินประเทศอินเดีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ศพ บาดเจ็บอีกนับร้อย ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขนาดใหญ่ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ภายในเมืองลัคเนา ประเทศอินเดีย ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้และมีรายงานผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทางการเร่งสั่งการระงับเหตุและหาต้นตอสาเหตุที่เกิดขึ้น

ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (1 พ.ย.) เกิดเหตุระเบิดภายในโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ซึ่งเป็นโรงงานในความดูแลของบริษัทพลังงานความร้อนแห่งชาติ โดยเป็นกิจการของภาครัฐ ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอันชาฮาร์ ชานเมืองลัคเนา รัฐอุตตรประเทศ ทางตะวันออกของเมืองหลวงกรุงนิวเดลี

เหตุดังกล่าวทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน โดยเชื่อว่าตัวเลขน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณภัยเร่งระงับเหตุที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก พร้อมกับค้นหาผู้ที่ยังสูญหายหรือติดค้างอยู่ภายในโรงงานไฟฟ้า ส่วนสาเหตุของระเบิดครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด

ทั้งนี้มีข้อมูลว่าเหตุลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยให้ประเทศอินเดีย เนื่องจากไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้คนงานหลายคนต้องมาสังเวยชีวิต ส่วนงบประมาณการซ่อมบำรุงรักษาก็ขาดแคลน ทำให้อุปกรณ์ต่างเสื่อมประสิทธิภาพลง โดยเมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งเกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดใกล้กับสถานที่จัดพิธีแต่งงานในรัฐราชาสถาน เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 13 ศพ

ที่มา : sanook

วิวาห์ชื่นมื่น ซองเฮเคียว กับ ซงจุงกิ ซุปตาร์เกาหลีรักนอกจอ

วิวาห์ชื่นมื่น ซองเฮเคียว กับ ซงจุงกิ ซุปตาร์เกาหลีรักนอกจอ

      คู่รักจากจอแก้วสู่โลกแห่งความเป็นจริง ซุปตาร์เกาหลี “ซองเฮเคียว” และ “ซงจุงกิ” ได้เข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างชื่นมื่น โดยเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ณ โรงแรมเดอะชิลลา กรุงโซล ทั้งคู่ได้เข้าพิธีซ้อมย่อยๆ ก่อนจะเริ่มพิธีการจริงในเวลาประมาณ 14.00 น. โดยงานวิวาห์ครั้งนี้ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าบันทึกภาพหรือแถลงข่าวใดๆ เพราะต้องการจัดพิธีแบบส่วนตัว เน้นประเพณีเกาลหลีดั้งเดิม

ตามรายงานระบุว่า บรรดาเพื่อนดาราและญาติผู้ใหญ่ของนักแสดงทั้งสองฝ่ายต่างเข้าร่วมพิธีและเป็นสักขีพยานอย่างเรียบง่าย เพื่อนักแสดงอย่าง อีกวางซู และ ยูอาอิน ทำหน้าที่อ่านจดหมายในงานแต่ง อ๊คจูฮยอน ร้องเพลงภายในงาน ส่วนเพื่อนซี้ โบกอม บรรเลงเปียโนหวานซึ้ง

อย่างไรก็ตาม งานแต่งงานของคู่รักซุปตาร์เกาหลีครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วเอเชีย โดยเฉพาะสื่อจากประเทศจีนที่ตามเกาะติดถึงหน้าโรงแรม แม้ว่าจะไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในพิธีแต่งงาน และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เแต่พราะแฟนคลับชาวจีนค่อนข้างชื่นชมความรักของทั้งคู่เป็นอย่างมาก ทำให้ข่าวความรักของทั้งคู่ได้รับความสนใจ

 

ซองเฮเคียว ซงจุงกิ

ซองเฮเคียว ซงจุงกิ

ซองเฮเคียว ซงจุงกิ

ซองเฮเคียว ซงจุงกิ

ที่มา : sanook


รับทำSEO บริการดันอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

นาทีชีวิต ! แม่ปล่อยลูกเล่นน้ำฝนนอกบ้าน สุดท้ายช็อกหนัก หวิดเจอฟ้าผ่าเปรี้ยง

 

 เปิดคลิปวินาทีระทึกเด็กชายอาร์เจนตินา กางร่มออกไปเล่นน้ำฝนนอกบ้าน เจอฟ้าผ่าเปรี้ยง ใกล้ ๆ ตัว แต่เคราะห์ดี รอดชีวิตปาฏิหาริย์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานข่าวระทึกขวัญจากประเทศอาร์เจนตินา โดยเด็กชายวัย 12 ปีคนหนึ่ง กางร่มออกไปเล่นน้ำท่ามกลางสายฝน แม่ของเขาถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ ตั้งใจจะเก็บเอาไว้ดูเพราะลูกชายน่ารักและเขาก็กำลังสนุก แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น มีฟ้าผ่าลงใกล้ ๆ เขา ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ! เหตุการณ์ระทึกนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่จังหวัดโปซาเดส เมืองหลวงของรัฐมิซิโยเนส ทางตอนเหนือของประเทศอาร์เจนตินา วันนั้นฝนตกหนักมาก โดยเด็กชายคนดังกล่าวกางร่มออกมาเล่นน้ำฝนนอกบ้านอย่างสนุกสนาน เขาเข้าไปยืนใต้รางน้ำฝน ปล่อยให้น้ำไหลลงมาตามร่ม ตอนนั้น คาโรลินา โคตูร์ แม่ของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร และถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้

จากในคลิปวิดิโอจะเห็นได้ว่า เด็กชายยืนเล่นน้ำใต้รางน้ำฝนอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปที่สนามหญ้า และไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีแสงสว่างวาบเกิดขึ้น พร้อมกับเสียง เปรี้ยง ดังสนั่นหวั่นไหว แม่ของเด็กชายกรีดร้องลั่น และภาพคลิปวิดีโอก็ตัดไป ถึงแม้ว่าจะเป็นวินาทีมรณะที่อันตรายถึงชีวิต แต่เด็กชายก็รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

“ตอนนั้นมันเป็นยังเช้าอยู่ ฉันกำลังนั่งกล่อมลูกกสาวอยู่ในห้อง เพราะเธอกลัวฟ้าร้องฟ้าแลบ ส่วนลูกชายของฉันออกไปเล่นน้ำฝนข้างนอก ฉันเลยถ่ายคลิปเอาไว้ เพราะมันสนุกดี”

“แต่แล้วฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงข้าง ๆ เขาเลย ต้องขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่งที่เขาไม่เป็นอะไร และรอดชีวิต” คาโรลินา เล่าถึงเหตุการณ์สุดระทึกขวัญที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ฟ้าผ่าไม่ได้เกิดขึ้นที่อาร์เจนตินาแค่แห่งเดียวเท่านั้น โดยที่จังหวัดซานเปโดร เดล ปารานา ในปารากวัย ได้เกิดฟ้าผ่าขึ้นใกล้กับบ้านของสองพี่น้อง ซินโฟเรียโน เวเนียลโก วาซเกซ วัย 43 ปี และ ซีโมน ซินโฟเรียโน เวเนียลโก วาซเกซ วัย 41 ปี แต่เคราะห์ร้ายที่พวกเขาไม่ได้โชคดี เพราะถึงแม้ว่าฟ้าจะผ่านอกตัวบ้าน แต่มันก็รุนแรงมาก ทำให้พวกเขาทั้งคู่เสียชีวิต ทั้งนี้นับว่าเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับพ่อแม่ผูู้ปกครองทุกท่าน ต้องคอยระวังบุตรหลาน ไม่ให้ออกไปเล่นน้ำฝน ในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง เพราะอาจเกิดฟ้าผ่าได้ทุกเมื่อ และทุกคนคงไม่โชคดีเหมือนกับเด็กชายชาวอาร์เจนตินาคนนี้

 

ที่มา : kapook

 

ท้องฟ้าเหนือ “กรุงลอนดอน” เปลี่ยนเป็นสีเหลืองผิดปกติ

 

        ท้องฟ้าเหนือกรุงลอนดอนแปรเปลี่ยนเป็นโทนสีเหลืองผิดปกติ หลังพายุโอฟีเลียพัดฝุ่นทรายจากซาฮารา และควันจากเหตุไฟป่าโปรตุเกส สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ท้องฟ้าเหนือกรุงลอนดอนกลายเป็นสีเหลือง หลังจากที่พายุโอฟีเลียได้พัดพาเอาฝุ่นทรายจากทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกาเหนือ และควันไฟจากไฟป่า ที่เกิดขึ้นในโปรตุเกสและสเปนทางตอนใต้ของยุโรปเข้าสู่เกาะอังกฤษ ขณะที่ได้บดบังแสงจากดวงอาทิตย์ ชาวลอนดอนต่างประหลาดใจต่อปรากฏการณ์ดังกล่าว และได้พากันแชร์รูปในสื่อออนไลน์

ทั้งนี้ พายุโอฟีเลียได้ลดระดับความรุนแรงจากพายุเฮอร์ริเคนในวันนี้ แต่ก็ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในไอร์แลนด์ โดยพายุโอฟีเลีย นับเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 50 ปี

โฆษกสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษกล่าว “ตอนที่โอฟีเลียเคลื่อนตัวมาจากกลุ่มเกาะอะโซร์ส พายุลูกนี้หอบเอาฝุ่นทะเลทรายซาฮารามาจากแอฟริกาเหนือด้วย เช่นเดียวกับฝุ่นจากไฟป่าในสเปนและโปรตุเกส สีเหลืองนี้มาจากฝุ่นที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ และองค์ประกอบสีน้ำเงินของแสงอาทิตย์กระเจิงออกไปเพราะฝุ่น แต่องค์ประกอบสีแดงลอดผ่านมาได้ ดังนั้นแสงอาทิตย์จึงแดงกว่าเดิม และกลายเป็นโทนสีเหลืองจางๆ เช่นนี้”

 

ที่มา : sanook

 

กษัตริย์จิกมี เตรียมเสด็จฯ ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

 

           สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชินีเจตซุน แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เตรียมเสด็จฯ ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9  วันที่ 10 ตุลาคม 2560 โฆษกประจำสำนักพระราชวังแห่งภูฏาน ได้แจ้งว่า สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรไทย ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2560

 โดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี และสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี จะเสด็จฯ ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

 

ที่มา :  kapook

 

นักข่าวสาวญี่ปุ่นวัย 31 หัวใจวายตาย หลังทำงานล่วงเวลา 159 ชม. ใน 1 เดือน !!

 

เผยเหตุสุดสลด นักข่าวสาวชาวญี่ปุ่นวัย 31 ปี หัวใจวายเสียชีวิต หลังจากทำงานล่วงเวลานาน 159 ชั่วโมง ใน 1 เดือน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ อ้างอิงตามรายงานจากเจแปนไทมส์ เผยว่า มิวะ ซาโดะ หญิงชาวญี่ปุ่นวัย 31 ปี ซึ่งเป็นนักข่าวสาวสายการเมืองของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ในกรุงโตเกียว เกิดหัวใจวายเสียชีวิตลงอย่างน่าสลด หลังจากทำงานล่วงเวลา หรือโอที นานถึง 159 ชั่วโมง ในระยะเวลา 1 เดือน

 รายงานเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2556 แต่เรื่องราวเพิ่งจะมาถูกเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังจากทางผู้จ้างงานของซาโดะ ยอมออกมาเปิดเผยเรื่องราวสู่สาธารณะ โดยรายงานระบุว่า ซาโดะเสียชีวิตหลังจากได้หยุดพัก 2 วัน ในรอบ 30 วัน โดยก่อนหน้าที่ซาโดะจะเสียชีวิต 3 วัน เธอเพิ่งจะรายงานข่าวเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

นายมาซาฮิโกะ ยามาอุชิ เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของสถานีโทรทัศน์ต้นสังกัด เผยยอมรับว่า การเสียชีวิตของนักข่าวซาโดะ เป็นความผิดพลาดขององค์กรโดยทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงระบบการบริหารแรงงาน ขณะที่ทางด้านครอบครัวของซาโดะ เปิดเผยว่า แม้ว่าการเสียชีวิตของลูกสาวจะผ่านมานานถึง 4 ปีแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่เคยลืมและยังไม่สามารถยอมรับได้จริง ๆ โดยได้แต่หวังว่า การสูญเสียของครอบครัวครั้งนี้จะไม่เป็นการเสียเปล่า ขอให้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อที่จะไม่เกิดเหตุเช่นนี้ซ้ำรอยขึ้นอีก

สำหรับก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2559 ที่ประเทศญี่ปุ่นได้เคยเกิดเหตุสลด หญิงสาวพนักงานบริษัทโฆษณาฆ่าตัวตาย หลังจากทำงานล่วงเวลา 100 ชั่วโมง ใน 1 เดือน ทั้งนี้ตามรายงานจากการสำรวจแห่งชาติ เผยว่า 1 ใน 5 ของคนทำงานในประเทศญี่ปุ่น เสี่ยงมีการเสียชีวิตจากการทำงานล่วงเวลา โดยเฉลี่ยประมาณ 80 ชั่วโมงต่อเดือน และมี 2,000 รายต่อปี ที่ฆ่าตัวตาย เนื่องจากความเครียดจากการทำงาน

นักข่าวสาวญี่ปุ่นเสียชีวิต หลังทำโอทีล่วงเวลา 159 ชั่วโมง

 

ที่มา : sanook

สุดช็อก เครื่องบินยูโรไฟเตอร์ พลาดพุ่งลงทะเลขณะโชว์ นักบินดับคาที่

 
       เครื่องบิน ยูโรไฟเตอร์ เสียหลักพุ่งลงทะเล ระหว่างงานแสดงการบินที่อิตาลี นักบินดับคาที่ ท่ามกลางสายตาครอบครัวและคนดูนับพัน วันที่ 25 กันยายน 2560 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยคลิปเหตุการณ์สยอง หลังเครื่องบินโชว์ผาดโผนลำหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุตกลงในทะเล ส่งผลให้นักบินเสียชีวิต ท่ามกลางความตกใจผู้คนที่พบเห็น เหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นที่บริเวณริมชายฝั่งเมืองแตร์ราชีนา ห่างจากกรุงโรมไปทางใต้ราว 48 กิโลเมตร โดยเครื่องบิน ยูโรไฟเตอร์ เอฟ-2000เอ ไต้ฝุ่น ประสบอุบัติเหตุหลังบินท่าวงกลมแนวตั้ง โดยไม่มีแรงยกมากพอขณะบินต่ำใกล้ผิวทะเล ทำให้เครื่องพุ่งลงทะเลด้วยความเร็ว ห่างจากชายฝั่งเพียง 2-3 ร้อยเมตร ส่งผลให้นักบินเสียชีวิตทันที

เบื้องต้นทราบว่า นักบินที่เสียชีวิต คือ ร้อยเอก กาบริเอเล ออร์ลันดี ซึ่งในวันที่เกิดเหตุนั้น ครอบครัวของเขาก็ได้เข้าชมการบินผาดโผนด้วย เช่นเดียวกับผู้คนอีกนับพันในงาน ที่ต่างไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุเศร้าสลดขึ้น ภายหลังเกิดเหตุ นางโรแบร์ตา ปินอตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิตาลี ร่วมกับกองทัพอากาศ ได้ออกมาไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัวของกัปตันออร์ลานดิ ต่อการจากไปครั้งนี้

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถนำศพของ ร้อยเอก กาเบรียล ออกมาจากซากเครื่องบินได้แล้ว และจะมีการสืบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์นี้โดยละเอียดต่อไป 
ที่มา : kapook

   

ชายจีนหัวใจเทวดา ไม่เคยปิดโทรศัพท์ตั้งแต่รู้ว่ามีเลือด “กรุ๊ปพิเศษ”

ชายจีนหัวใจเทวดา ไม่เคยปิดโทรศัพท์ตั้งแต่รู้ว่ามีเลือด “กรุ๊ปพิเศษ”

        โลหิตเปลี่ยนชีวิต! ชายจีนหัวใจเทวดา ไม่เคยปิดโทรศัพท์ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองมีเลือด “กรุ๊ปพิเศษ” หยูโจ้ว ชายร่างผอมวัย 40 ปี มีอาชีพเป็นช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักร เขาเริ่มบริจาคเลือดครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน และบริจาคมาเรื่อยๆ รวมปริมาณเลือดทั้งสิ้น 8000 มล.

การลองบริจาคเลือดครั้งแรกได้เปลี่ยนแปลงความคิดและชีวิตของเขาอย่างมากมาย เพราะทำให้เขาได้รู้ว่าตนมีเลือดกรุ๊ป AB (Rh-) ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดที่หายากมาก (ในจีนมีชาวจีนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ประมาณร้อยละ 0.34 เท่านั้น) และเป็นเลือดที่เก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน ทางโรงพยาบาลแจ้งว่า เขาควรรักษาดูแลสุขภาพให้ดี ถ้าหากเป็นไปได้ หากมีผู้ป่วยต้องการเลือดกรุ๊ปนี้โรงพยาบาลก็หวังว่าเขาจะยินดีช่วย ซึ่งเขาเองก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หยูโจ้วไม่เคยทำให้โทรศัพท์แบตหมดเลยสักครั้ง เขาจะต้องเปิดเครื่องไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะกลัวว่าหากมีใครต้องการเลือดด่วน โรงพยาบาลจะได้โทรติดต่อได้ทันเวลา

 

 

มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2013 ในคืนก่อนวันตรุษจีน เขาได้รับโทรศัพท์ว่าต้องการเลือดด่วน คืนนั้น เขา ลูกชายวัยขวบกว่า และแม่ยาย รีบรุดเดินทางไปโรงพยาบาล วันนั้นเมื่อเห็นลูกเขยบริจาคเลือด แม่ยายก็ตัดสินใจบริจาคเลือดด้วยเป็นครั้งแรก

ปัจจุบันนี้ แม้ว่าเขาจะออกจากงานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยละเลยเรื่องการดูแลสุขภาพของตนเอง นอกจากจะไม่สูบบุหรี่และไม่กินเหล้าแล้วก็ยังออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออีกด้วย หยูกล่าวว่า “เหล้าส่งผลเสียต่อการทำงานของตับ หากผมดื่มเหล้าแล้วเกิดมีคนต้องการเลือดขึ้นมา แบบนั้นมันอันตรายมากเลยนะครับ”

 

ที่มา : sanook

พิษ!! เฮอริเคนเออร์มา พัดพะยูนเกยตื้นที่สหรัฐ – ดูดน้ำทะเลจนแห้งเหือด

 

 

ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพน้ำทะเลเหือดแห้ง หลังพายุเฮอร์ริเคนเออร์ถล่มฟลอริดา แถมพัดพะยูน ฉลาม โลมา เกยตื้น จน จนท. ต้องเร่งช่วยเหลือเป็นการด่วน เว็บไซต์มิเรอร์ ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีที่เจ้าหน้าที่จากศูนย์ดูแลสัตว์ป่าและสัตว์น้ำของรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เข้าช่วยเหลือพะยูนแมนนาที (Manatee) จำนวนหนึ่ง หลังจากพวกมันถูก เฮอริเคนเออร์มา พัดขึ้นมาเกยหาดที่บริเวณอ่าวซาราโซตา

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพพะยูนฝูงดังกล่าว นอนหายใจรวยรินอยู่ที่ชายหาดในสภาพน่าเวทนา เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการเคลื่อนย้ายพวกมันไปยังที่ปลอดภัยต่อไป นอกจากนี้รายงานได้ระบุว่านอกจากพะยูนแล้วอาจมีฉลาม และโลมาถูกพายุเฮอริเคนลูกดังกล่าวพัดมาด้วย

ขณะเดียวกันผู้คนจำนวนมาก ยังพากันส่งต่อคลิปสุดแปลกหาชมยาก ขณะน้ำทะเลบริเวณเกาะลอง ประเทศบาฮามาส เหือดแห้งหายไป เหลือเพียงเศษซากที่อยู่ใต้ทะเล และหาดทรายที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเท่านั้น หลังจากบริเวณดังกล่าวถูกเฮอริเคนเออร์มาพัดถล่ม จนทำให้มีผู้คนต่างวิตกกังวลว่าจะเกิดสึนามิตามมา

 

 

ก่อนที่ แองเจิลลา ฟริทซ์ รองบรรณาธิการฝ่ายสภาพภูมิอากาศ และและนักอุตุนิยมวิทยา ประจำสำนักข่าววอชิงตันโพสต์ เผยว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากเฮอริเคนเออร์มาที่มีกำลังที่แรงมหาศาล ประกอบกับมีความดันอากาศต่ำมาก จึงดูดน้ำทะเลเข้าไปที่จุดศูนย์กลางของพายุ อันเป็นสาเหตุให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุไปได้ไม่กี่วันสถานการณ์ได้กลับมาเป็นปกติ และน้ำทะเลก็กลับมาเป็นเช่นเดิมอีกครั้ง

สำหรับ เฮอริเคนเออร์มา เป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีกำลังแรง ความเร็วสูงสุดถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนส่งผลกระทบต่อรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก และเป็นพายุใหญ่อีกลูกที่ถล่มชายฝั่งทางใต้ของประเทศ ต่อเนื่องจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ในรัฐเท็กซัส เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ความแรงของพายุทำให้เกิดคลื่นลมแรงซัดเข้าสู่ชายฝั่ง บางแห่งเกิดสตอร์มเซิร์จ สูงราวๆ 3-4 เมตร ทำให้ระดับเอ่อท่วมเข้าพื้นที่เมือง

ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐอเมริกาได้คาดคะเนเส้นทางของพายุเฮอร์ริเคนเออร์มา ในช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ (11 ก.ย.) พายุจะเคลื่อนตัวผ่านเมืองแทมปา ก่อนจะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือ ขนานไปกับชายฝั่งแหลมฟลอริดา และขึ้นสู่แผ่นดินใหญ่ในช่วงค่ำวันนี้  โดยเชื่อว่าพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาน่าจะสลายตัวไปวันพุธนี้ หลังจากพัดขึ้นแผ่นดินใหญ่

 

 

ที่มา : mthai

เสียดสีแรงไปรึเปล่า? วิจารณ์กันแซดปกทรัมป์ตัดหัวเทพีเสรีภาพอย่างกับไอเอส

new11-06-02-60

วันที่ 3 ก.พ. บีบีซีรายงานถึงกระแสที่บรรดานิตยสารข่าวของสื่อตะวันตกพากันขึ้นปกสะท้อนปฏิกิริยาของผู้คนที่มองภาพการบริหารงานในช่วงเริ่มต้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีบางฉบับที่ถูกติติงว่าเสียดสีแรงเกินไป

เดอร์ สปีเกิล นิตยสารข่าวชั้นนำของเยอรมัน ขึ้นภาพวาดการ์ตูนรูปนายทรัมป์ถือศีรษะเทพีเสรีภาพ จนถูกรองประธานรัฐสภายุโรป ตำหนิว่าไร้รสนิยม แต่นายเอเดล โรดริเกซ นักวาดการ์ตูนผู้วาดภาพนี้ กล่าวว่าต้องการสื่อจริงๆ ว่าทรัมป์ได้ตัดหัวประชาธิปไตยไปแล้ว และสุดโต่งพอๆ กับไอเอส

new12-06-02-60

ภาพขึ้นปกสื่อเยอรมันชิ้นนี้อยู่ในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเยอรมันกำลังเป็นที่กังขา หลังทรัมป์วิจารณ์นโยบายเปิดรับผู้อพยพของนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมันว่าเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง ทั้งทีมการค้าในรัฐบาลทรัมป์ยังกล่าวหาว่า เยอรมันได้เปรียบทางการค้าต่ออเมริกาแบบไม่ยุติธรรม ฉวยความได้เปรียบของค่าเงินยูโรมาเอาเปรียบสหรัฐ

ด้านบิลด์ ไซตุง หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ยอดนิยมของเยอรมันพาดหัวข่าวตั้งคำถามถึงปกสปีเกิลว่า “จะเปรียบเทียบทรัมป์กับจีฮัดจอห์น มือฆ่าตัดหัวของไอเอสได้หรือไม่” พร้อมมีเนื้อความว่า สปีเกิลนั้้นเคยถูกกล่าวหาว่าต่อต้านลัทธิอเมริกันมาก่อน

new13-06-02-60

บิลด์บรรยายด้วยว่า สปีเกิลเคยวิจารณ์อเมริกาในยุคจอร์จ ดับเบิลยู. บุชว่าใช้ลัทธิแทรกแซงชาติอื่น เมื่อมาถึงยุคทรัมป์ก็เลยโดนสปีเกิลวิจารณ์ว่าสิ้นยุคของการแทรกแซงชาติอื่นแล้ว

ส่วนหนังสือพิมพ์แฟรงก์เฟอร์เตอร์ อัลเจอไมเนอ มองว่า ปกของสปีเกิลเป็นสิ่งที่ทรัมป์ต้องการ คือภาพที่บิดเบี้ยวตัวเขา เพื่อที่เขาจะได้บิดเบือนภาพของสื่อ ภาพๆ นี้ไม่แหลมคม การเทียบทรัมป์กับการก่อการร้ายนั้นเป็นมุมมองที่ธรรมดาเกินไป

new14-06-02-60

ขณะที่ดีเวลต์ หนังสือพิมพ์ฉบับบรอดชีตอีกเจ้า วิจารณ์ว่า ปกของสปีเกิลทำร้ายวิชาการหนังสือพิมพ์มากกว่าจะไปทำอะไรทรัมป์ เพราะไปย้ำการรับรู้ของผู้คนว่าสื่อรายงานด้วยอคติ นักข่าวชอบชูธงมุมมองตนเองมากกว่าจะเป็นผู้สังเกตการณ์

ที่มา ข่าวสด